โมดูล 3 : การฝึกปฏิบัติทักษะในชุมชน

วันที่ 29–30 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมอัลฟะฮัด หาดใหญ่

กลุ่มเป้าหมาย: บุคลากรด่านหน้าผู้ปฏิบัติงานสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง

โมดูลที่ 3 “การฝึกปฏิบัติทักษะในชุมชน” ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากความรู้เชิงทฤษฎีไปสู่การลงพื้นที่ปฏิบัติจริง

ในขณะที่โมดูลก่อนหน้ามุ่งเน้นไปที่พลังฟื้นตัวภายใน (“ตัวตน”) และพลวัตระหว่างบุคคล (“ผู้อื่น”) โมดูลที่ 3 นี้ให้ความสำคัญกับ การฟื้นคืนสู่สังคมอย่างเข้มแข็ง (Resilient Social Reintegration) และการนำโครงการเงินทุนสนับสนุนเบื้องต้น (Seed Grant Projects) ไปใช้จริงในพื้นที่ โดยหลักสูตรมุ่งหวังที่ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะและเครื่องมือที่ได้เรียนรู้สามารถช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


วันที่ 1: การประเมินความพร้อมและ “วงล้อพลังชีวิต”

กิจกรรมในวันแรกมุ่งเน้นการประเมินตนเองและการทำความเข้าใจระบบนิเวศที่ซับซ้อนของการฟื้นคืนสู่สังคม

  • 4 ฐานสุขภาวะ: ผู้ปฏิบัติงานประเมินความพร้อมของตนเองใน 4 มิติหลัก ได้แก่ กาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ
  • “วงล้อพลังชีวิต”: หัวใจสำคัญของการฝึกอบรมคือโมเดลที่ระบุปัจจัย 8 ประการ เพื่อการฟื้นคืนสู่สังคมอย่างสันติและยั่งยืน ได้แก่:
    1. ความมั่นคงทางร่างกาย (Physical Stability)
    2. สมรรถนะด้านจิตสังคม (Psychosocial Competency)
    3. ความสัมพันธ์ในครอบครัว (Family Engagement)
    4. ความมั่นคงทางการเงิน (Financial Stability)
    5. ความร่วมมือและความพร้อมของชุมชน/สังคม (Community Engagement)
    6. สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและการลดการตีตรา (Safe Environment and Destigmatization)
    7. กิจกรรมประจำวันและการสนับสนุนด้านอาชีพ (Daily Activity and Occupational Support)
    8. ความมั่นคงทางจิตวิญญาณ (Spiritual Stability)
  • ละครถกแถลง (Dialogue Theater): ผู้เข้าร่วมใช้ละครเชิงโต้ตอบเพื่อจำลองสถานการณ์การกลับคืนสู่ชุมชน เพื่อให้เห็นภาพความท้าทายและความรู้สึกของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในชุมชน


วันที่ 2: การประยุกต์ใช้เชิงคลินิกและข้อมูลย้อนกลับจากการปฏิบัติจริง

กิจกรรมในวันที่สองเปลี่ยนไปสู่การวิเคราะห์ประสบการณ์จากการลงพื้นที่ในเชิงลึก

  • บทบาทสมมติการให้คำปรึกษา (Counseling Role Play): ผู้ปฏิบัติงานใช้กรณีศึกษาจริงจากโครงการ Seed Grant มาเป็นฐานในการฝึกทักษะการให้คำปรึกษา เพื่อขัดเกลาเทคนิคและสร้างความมั่นใจในบทบาทผู้สนับสนุน
  • การถอดบทเรียน: วิทยากรนำกระบวนการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาจากการปฏิบัติภาคสนาม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานจะกลับไปสู่ชุมชนพร้อมกับกลยุทธ์ที่นำไปใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพ
  • การเชื่อมต่อการเติบโตส่วนบุคคลสู่พลังชุมชน: ช่วงสุดท้ายเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงภายในระดับบุคคลเข้ากับการเสริมพลังชุมชนในภาพรวม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าร่วมสามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายพหุภาคีได้อย่างไร้รอยต่อ


สมรรถนะหลักและผลลัพธ์

ผู้เข้าร่วมจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถเฉพาะด้าน ดังนี้:

  • การปฏิบัติงานที่เข้าใจบาดแผลทางใจ (Trauma-Informed Practice): สามารถรับมือกับการเปิดเผยบาดแผลทางใจอย่างปลอดภัยและระบุสัญญาณความทุกข์ใจได้
  • การออกแบบกิจกรรมชุมชน: ออกแบบกิจกรรมจิตสังคมที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ โดยยังคงความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและศาสนา
  • การฟื้นคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน: เชี่ยวชาญทักษะที่จำเป็นในการช่วยให้กลุ่มเป้าหมายฟื้นคืนคุณค่าในตนเองและกลับเข้าสู่ทุกมิติของชีวิตในชุมชน


เป้าหมายสูงสุด:
เพื่อพัฒนาผู้ปฏิบัติงานที่ไม่เพียงแต่เข้าใจทฤษฎีสุขภาพจิต แต่ยังสามารถให้คำปรึกษาเบื้องต้นเชิงปฏิบัติ และให้การสนับสนุนระยะยาวแก่สมาชิกที่เปราะบางที่สุดในชุมชนของตนได้อย่างยั่งยืน