Module 1: "Inner Self" รู้จักตัวตน

การอบรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–27 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมเซาท์เทิร์น แอร์พอร์ต หาดใหญ่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักจิตวิทยาโรงเรียน, บุคลากรจากองค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) ที่ทำงานสนับสนุนสตรีและเด็กที่ได้รับผลกระทบ และอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน


แนวคิดหลักของหลักสูตร

พื้นฐานของโมดูลที่ 1 การออกแบบหลักสูตรเริ่มจากผู้ให้ความช่วยเหลือที่มีความตระหนักรู้ในตนเองและมีพลังฟื้นตัวทางจิตใจที่เข้มแข็ง เนื่องจากบุคลากรด่านหน้าหลายท่านอาศัยอยู่ในพื้นที่และผ่านเหตุการณ์วิกฤตเช่นเดียวกับผู้รับผลกระทบ หลักสูตรจึงให้ความสำคัญกับหลักการ “เยียวยาตนเองก่อนจะเยียวยาผู้อื่น” (Healing the self before healing others) โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning), การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning) และจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากภายใน


สมรรถนะหลัก

หลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสมรรถนะเฉพาะด้าน ทั้งในส่วนของความรู้ ทักษะ และเจตคติ ดังนี้:

  • การตระหนักรู้ในตนเองและพลังฟื้นตัว (Self-Awareness & Resilience): ความสามารถในการรู้จักจุดแข็งของตนเอง (Character Strengths), การเข้าใจปฏิกิริยาทางจิตใจเมื่อเผชิญเหตุรุนแรง และทักษะในการเยียวยาป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของตนเอง
  • ทักษะพื้นฐานด้านจิตสังคม (Fundamental Psychosocial Skills): การปฐมพยาบาลทางจิตใจ (Psychological First Aid – PFA) ภายใต้กรอบ “Look-Listen-Link” และหลักการสุขภาพจิตชุมชนเบื้องต้น
  • การสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ (Empathetic Communication): ทักษะขั้นสูงในการรับฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening), การเล่าเรื่อง (Storytelling) และเทคนิคการสื่อสารแบบ I-You Message เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก
  • การประเมินและคัดกรองเบื้องต้น (Initial Assessment & Screening): ความสามารถในการใช้เครื่องมือคัดกรองแบบสั้นสำหรับภาวะ PTSD (CRIES 8/13) และโรคซึมเศร้า (PHQ-9) เพื่อระบุกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
  • การโค้ชบนฐานศักยภาพ (Strength-Based Coaching): การใช้ GROW Model เพื่อพัฒนาศักยภาพเพื่อนร่วมงานและเยาวชนในพื้นที่


รายละเอียดการเรียนรู้ในโมดูลที่ 1

การเรียนรู้แบ่งออกเป็น 2 วัน โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการสำรวจตนเองไปสู่การสนับสนุนชุมชน


วันที่ 1: มนุษยสัมพันธ์และการค้นพบตนเอง

เน้นที่การสำรวจ “ตัวตนภายใน” ของผู้เรียนและการค้นหาความหมายของงานที่ทำ

  • การสร้างความผูกพันและเป้าหมายร่วม (Engagement & Shared Goals): กิจกรรม “Speed Dating” เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างกลุ่มสหวิชาชีพที่หลากหลาย
  • การจัดการความทุกข์และความสำเร็จ (Processing Pain & Success): เปิดพื้นที่ให้ระบายความเครียดสะสม (Pain Points) และเปลี่ยนผ่านสู่การค้นหาความสำเร็จและจุดแข็งในตนเอง
  • เทคนิคการเยียวยา (Healing Techniques): ฝึกการหายใจ (Breathing Exercises) และการสำรวจสภาวะร่างกาย (Body Scanning) เพื่อการผ่อนคลายตนเอง
  • พลวัตของกรณีศึกษา (Case Dynamics): สาธิตเทคนิค BEN (Breathing – หายใจ, Embracing – โอบรับ, Naming – ระบุอารมณ์) สำหรับการปรับสภาวะจิตใจ (Grounding) และการวางแผนดูแลเบื้องต้น


วันที่ 2: จากตัวตนสู่การสนับสนุน

เปลี่ยนจุดเน้นไปที่การประยุกต์ใช้ทักษะเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยยังคงรักษาขอบเขตแห่งวิชาชีพ

  • การปรับสภาวะจิตใจและความฉลาดรู้ด้านสุขภาพจิต (Grounding & Mental Health Literacy): ฝึกบทบาทสมมติการสัมภาษณ์ผู้ที่ผ่านเหตุการณ์รุนแรง และให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับ PTSD และโรคซึมเศร้า
  • ศิลปะเพื่อการเยียวยา (Art as Therapy): ใช้การวาดภาพ ดินน้ำมัน หรือการเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นเครื่องมือในการวินิจฉัยและเยียวยาเพื่อส่งเสริมการเปิดเผยตนเอง (Self-disclosure)
  • การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ (Systematic Support): ฝึกการวิเคราะห์พลวัต (Dynamic Formulation) ในระดับจิต-ชีว-สังคม (Psycho-bio-social) เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ของผู้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน
  • การนำ GROW Model ไปใช้: ฝึกการโค้ชแผนงานที่ผู้เรียนตั้งใจจะกลับไปปฏิบัติจริงในชุมชนของตนเอง

กิจกรรมหลังจบโมดูล: การเรียนรู้ต่อเนื่องผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Tutoring) เน้นการโค้ชเกี่ยวกับการตั้งคำถาม


การประเมินผลการเรียนรู้

หลักสูตรใช้การประเมินตามสภาพจริง เพื่อวัดผลการนำไปใช้ในสถานการณ์จริง

  • PERMA Rubric Scale: เครื่องมือประเมินตนเองตามแนวทางจิตวิทยาเชิงบวก ครอบคลุมด้านอารมณ์บวก, การมีส่วนร่วม, ความสัมพันธ์, ความหมาย และความสำเร็จ

แฟ้มสะสมงานและสมุดบันทึกกรณีศึกษา (Portfolio & Case Logbook): บันทึกการเรียนรู้ส่วนบุคคลและบันทึกการช่วยเหลือในพื้นที่