โมลดูล 2 : เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่

กลุ่มเป้าหมาย: ครูแนะแนวและนักจิตวิทยาโรงเรียน / องค์กรภาคประชาสังคมที่สนับสนุนสตรีและเด็กที่ได้รับผลกระทบ/ อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน

โมดูลที่ 1 ให้ความสำคัญกับการรู้จักตัวตน และพลังฟื้นตัวจากภายในของตนเอง โมดูลที่ 2 ซึ่งมีชื่อว่า “เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น” (Self and Others) ได้ขยายขอบเขตไปสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงคลินิกและการบูรณาการทางสังคม

การอบรมโมดูลที่สองของโครงการฯ จัดขึ้นวันที่ 21–22 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่ โมดูลนี้ถือเป็นช่วงสำคัญจากการสร้างพลังฟื้นตัวทางจิตใจระดับบุคคล ไปสู่การปฏิบัติงานเชิงรุกในชุมชนอย่างมืออาชีพ


สมรรถนะหลัก

หลักสูตรตระหนักว่าครูแนะแนว เจ้าหน้าที่ NGO และอาสาสมัคร เผชิญกับเหตุสะเทือนขวัญในรูปแบบที่แตกต่างกัน การฝึกอบรมจึงได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับทั้งสามกลุ่มโดยเฉพาะ:

  • ครูแนะแนวและนักจิตวิทยาโรงเรียน: มุ่งเน้นการใช้เครื่องมือคัดกรองกับนักเรียน และการจัดการกรณีที่เกิดขึ้นในโรงเรียน
  • องค์กรภาคประชาสังคมที่ดูแลกลุ่มสตรีและเด็ก: เชี่ยวชาญในการระบุความรุนแรงในครอบครัวและชุมชน พร้อมทั้งเรียนรู้การจัดการ “สมดุลแห่งอำนาจ” (Balance of Power) เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปในลักษณะเสริมพลัง (Empowering) มากกว่าการใช้อำนาจกดขี่
  • อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน: ได้รับการฝึกฝนในเรื่อง “การค้นพบ/ช่วยเหลือโดยเร็ว” (Early Case Detection) ภายในครัวเรือน โดยเน้นความเชื่อมโยงระหว่างอาการทางกายและบาดแผลทางใจ


กระบวนการเรียนรู้:

วันที่ 1 โดยมีจุดเน้นเรื่องการสร้างความสัมพันธ์และแนวทางสุขภาพจิตชุมชน
กิจกรรมในวันแรกจะเปลี่ยนจุดสนใจจากตัวตนภายในไปสู่พลวัตของความสัมพันธ์ในการให้คำปรึกษา และการระบุปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดเฉพาะในชุมชน

  • การสร้างพื้นที่ปลอดภัย: ผู้ปฏิบัติงานเข้าร่วมเวิร์คช็อปเพื่อสร้าง “บรรยากาศที่ปลอดภัย” (Safe Environment) และ “ความสัมพันธ์เชิงบวก” (Positive Relationships) โดยมีการตั้งกติการ่วมกันเพื่อให้เกิดบรรยากาศที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ที่ละเอียดอ่อน
  •  การสำรวจความทุกข์และความสำเร็จเชิงลึก: กิจกรรมการเล่าเรื่อง (Storytelling) ซึ่งผู้เข้าร่วมสะท้อนชีวิตในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยฝึกการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) เพื่อทำความเข้าใจ “ประเด็นปัญหา” (Pain Points) และความสำเร็จในการทำงานของตน
  • ละครสร้างสรรค์ 1 เวิร์คช็อปเชิงปฏิบัติที่ผู้เข้าร่วมใช้ร่างกายเพื่อรู้เห็นถึงความเครียด เชื่อมประสานระหว่าง “หัว-ใจ-กาย” (Head-Heart-Hand) เพื่อให้เห็นภาพและจัดการการกำกับอารมณ์
  • ตลาดวิชา: ฐานกิจกรรมปฏิบัติ 4 ฐาน เพื่อฝึกทักษะการระบุพื้นที่ปลอดภัยในใจ (Safe Place), บุคคลที่ไว้วางใจ (Safe Person), การฝึกอยู่กับปัจจุบัน (Grounding & Mindfulness) และการกำกับอารมณ์ (เช่น เทคนิค 5-4-3-2-1)
  • กิจกรรมพิเศษช่วงค่ำ (สมดุลแห่งอำนาจ): เวิร์คช็อปสำคัญเรื่อง “สมดุลแห่งอำนาจ” (Balance of Power) สอนให้ผู้เข้าร่วมจัดการพลวัตของ อำนาจเหนือผู้อื่น (Power Over), อำนาจร่วมกัน (Power With) และ พลังภายใน (Power Within) เพื่อป้องกันการได้รับบาดแผลทางใจผ่านผู้อื่น (Secondary Traumatization) หรือการกดขี่ในชุมชน


วันที่ 2 โดยมีจุดเน้นเรื่องพลังฟื้นตัว การเยียวยาทางจิตใจ และการปฏิบัติงานในพื้นที่

กิจกรรมในวันที่สองจะมอบเครื่องมือเชิงคลินิกและกรอบการโค้ชที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่และการคืนสู่ชุมชน

  • ถนนชีวิต: ผู้เข้าร่วมประยุกต์ใช้แนวทาง Narrative Exposure Therapy (NET) ผ่านกิจกรรม “ถนนชีวิต” (Life Roadmap) โดยการวาดเส้นทางชีวิตเพื่อระบุจุดแข็ง (Character Strengths) และปัจจัยพลังฟื้นตัว (Resilience factors): ฉันเป็นใคร (I AM), ฉันทำอะไรได้ (I CAN) และ ฉันมีใคร (I HAVE)
  • ละครสร้างสรรค์ 3 (ละคร 3 ฉาก): เวิร์คช็อปการละครที่ผู้เข้าร่วมแสดงซ้ำถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตและกลยุทธ์การจัดการความเครียด เพื่อส่งเสริมการเยียวยาผ่านศิลปะการเล่าเรื่องร่วมกัน
  • การคืนสู่ชุมชนและการให้ความรู้ทางจิตใจ: ผู้ปฏิบัติงานเรียนรู้กระบวนการคืนสู่ชุมชน (Reintegration) ซึ่งเป็นการบูรณาการผู้ผ่านเหตุสะเทือนขวัญกลับเข้าสู่ครอบครัวและชีวิตทางสังคม รวมถึงวิธีการให้ความรู้ทางจิตใจ (Psychoeducation) แก่ครอบครัวเกี่ยวกับอาการทางจิตเวชและการรักษา
  • การจำลองการให้คำปรึกษาขั้นสูง: ใช้กรณีศึกษาจากสถานการณ์จริงเพื่อให้ผู้เข้าร่วมฝึกบทบาทสมมติ (Role Play) ในการสัมภาษณ์เชิงจิตวิทยาและการใช้แบบสอบถามคัดกรอง


การโค้ชแบบ GROW และ WOOP
: การสรุปการเรียนรู้ขั้นสุดท้าย โดยผู้เข้าร่วมประยุกต์ใช้โมเดล GROW (เป้าหมาย, สภาพจริง, ทางเลือก, แผนงาน) และ WOOP (ความปรารถนา, ผลลัพธ์, อุปสรรค, แผนการ) เพื่อสร้างแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนสำหรับการกลับไปปฏิบัติงานในชุมชน